fbpx
รางน้ำไวนิล

ขั้นตอนทาสีบ้านด้วยตัวเอง เปลี่ยนบ้านสุดโทรมให้ดูใหม่วิ๊ง!!!

การทาสีบ้าน คือวิธียอดฮิตที่สุดสำหรับการเปลี่ยนบ้านพัง ๆ ให้กลับมาใสวิ๊งดูใหม่เหมือนพึ่งสร้างบ้านเสร็จ หลายคนเลือกประหยัดค่าใช้จ่ายโดยการลงมือทาสีบ้านด้วยตัวเอง จะเสียค่าช่างไปทำไมในเมื่อขาลุยอย่างเรา ๆ สามารถทำได้เอง VG ขอแนะนำขั้นตอนทาสีบ้านด้วยตัวเอง มาจับแปรงเปลี่ยนโฉมให้บ้านสุดโทรมกลับมาดูใหม่อีกครั้ง ง่าย ๆ เพียง 6 ขั้นตอน 

 

1. เช็คสภาพผนังบ้านของคุณ

ก่อนจะเริ่มทาสีบ้าน ขั้นตอนสำคัญและจำเป็นมาก นั่นก็คือ การตรวจเช็คสภาพผนังบ้านของคุณ โดยต้องดูว่าสภาพพื้นผิวบ้านว่าเป็นแบบไหน เป็นผนังเก่า ผนังใหม่ ผนังภายนอกหรือผนังภายใน เพราะการทาสีบ้าน ผนังบ้านแต่ละแบบจะมีวิธีการเตรียมพื้นผิว การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ต่างกัน  เช่น สีภายนอกจะเน้นไปที่ประสิทธิภาพความทนทานต่อสภาพอากาศ สีภายในเน้นไปที่การทำความสะอาดง่าย รู้สภาพผิวผนังก่อน จะได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้ถูกต้อง!

 

2. เตรียมอุปกรณ์ทาสีให้พร้อม

เช็คสภาพผนังเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไป ลุย! เตรียมอุปกรณ์ทาสีให้พร้อมสิคะ รอไร! โดยอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม มีดังต่อไปนี้

1) ลูกกลิ้งทาสี : เลือกใช้ลูกกลิ้งทาสี ขนาด 4 นิ้ว 7 นิ้ว และ 10 นิ้ว เพราะเป็นขนาดที่ได้รับความนิยมและเหมาะกับการใช้ทาพื้นที่วงกว้าง

2) ด้ามต่อลูกกลิ้ง : มีไว้ก็ดี เผื่อจะได้สะดวกในการทาสีจุดที่อยู่สูง ๆ เผื่อเอื้อมมือทาสีไม่ถึง 

3) แปรงทาสี : ซื้อชุดใหญ่จัดให้ครบ ตั้งแต่ขนาด 1 – 5 นิ้ว หรือใครกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เลือกซื้อแปรงให้เหมาะกับงานทาสีที่ใช้แค่นั้นก็ได้ค่ะ 

4) ถังสี : ใช้สำหรับเเบ่งสีจากถังหลักออกมาใช้

5) ผ้าใบปูพื้น : เดี๋ยวเลอะมาจะลำบาก มีไว้สำหรับป้องกันสีหยดที่พื้น 

6) เทปกาว :   เพื่อป้องกันไม่ให้สีเลอะติดขอบประตู หน้าต่าง ติดเทปกาวเอาไว้จะดีมาก เลือกแบบที่ไม่ทิ้งลอยเอาไว้หลังจากลอกนะคะ

7) เกรียง : เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับแซะปูนเก่า เกลี่ยรอยโป๊ว ขึ้นลายสี

8) กระดาษทราย : ใช้สำหรับขัดเตรียมพื้นผิวให้เรียบเนียนก่อนทาสีรองพื้น

 

3. เตรียมพื้นผิวก่อนลงมือทาสี

การเตรียมพื้นผิวก่อนลงมือทาสี มีข้อควรรู้ตรงที่การเตรียมผิวผนัง ดังนี้

  1. ผนังใหม่ให้ตรวจเช็คค่าความชื้นก่อน โดยการใช้เครื่องวัดความชื้น Protimeter ค่าที่เหมาะสมในการทาสีต่อ คือ 14-16%
  2. ผนังเก่า ต้องจัดการปัญหาต่าง ๆ ให้เรียบร้อย  หากสีเก่าหลุดร่อน ต้องใช้เกรียงแซะลอกออกให้หมด หากมีรอยแตกร้าว ต้องอุดโป๊วรอยร้าวพร้อมขัดด้วยกระดาษทรายให้ผิวเรียบเนียน หากมีเชื้อรา ตะไคร่น้ำ คราบสกปรก ตั้งทำความสะอาด ขัดล้าง แล้วปล่อยให้ผิวแห้งอย่างน้อย ๆ 24 ชั่วโมง หลังจากนั้นใช้น้ำยากำจัดเชื้อราตะไคร่น้ำทาผนัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำเดิมอีก

 

4. ทาสีรองพื้น (Primer)

 

blog 31 3

 

ขั้นตอนต่อมา คือ ทาสีรองพื้น ก่อนที่จะทาสีทับอีกครั้ง โดยขั้นตอนทาสีรองพื้นนี้ควรปูผ้าใบรองเพื่อป้องกันสีหยดลงพื้น พร้อมกันนั้นให้ใช้เทปกาวติดป้องกันมุมต่าง ๆ ด้วย การทาสีรองพื้นจะช่วยป้องกันปัญหา เช่น เชื้อรา สีหลุดร่อน ช่วยให้สีติดแน่น สีสดใหม่อยู่ได้นานกว่าเดิม โดยมีหลักในการทาสีรองพื้น ดังนี้ 

  1. ทาสีรองพื้น คำนึงถึงสภาพปูนของบ้าน
  • บ้านปูนเก่าอายุ 5 ปีขึ้นไป :  เลือกสีรองพื้นปูนเก่า
  • บ้านปูนใหม่อายุ 1 – 2 เดือน : เลือกสีรองพื้นปูนใหม่
  • บ้านปูนสดเพิ่งฉาบเสร็จ 2 – 5 วัน : เลือกสีรองพื้น Quick Primer สามารถรองบนพื้นผิวที่มีความชื้นสูงกว่ามาตรฐานได้เป็นอย่างดี
  1. สูตรสีรองพื้น
  • สีรองพื้นสูตรน้ำ : เหมาะกับผนังภายใน แห้งเร็ว กลิ่นไม่แรง ใช้งานง่าย ทาสีทับหน้าได้เร็ว
  • สีรองพื้นสูตรน้ำมัน : เหมาะกับผนังภายนอก กลิ่นฉุน มีคุณภาพดี
  • สีรองพื้นแบบสีใส : เหมาะกับพื้นผิวสีที่เก่าไม่มีปัญหาอะไร
  • สีรองพื้นแบบสีขาว : เหมาะกับพื้นผิวที่ต้องกลบรอยปัญหาจากพื้นผิวเดิม

 

5. ทาสีทับหน้า

มาถึงขั้นตอนสำคัญ นั่นก็คือ การทาสีทับหน้า  โดยต้องตัดสินใจเลือกสีทาบ้านที่คุณเจ้าของบ้านถูกใจ โดยคำนึงถึงปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ก่อนตัดสินใจเลือกสีทาบ้าน เช่น ความชอบ อายุการใช้งานของสี เป็นต้น  หากต้องการให้สีทาบ้านออกมาสวย สีชัด ควรทาสีทับหน้า 2 ครั้ง โดยเมื่อทาสีรองพื้นเสร็จแล้วให้ทิ้งไว้ 4 – 6 ชั่วโมง แล้วทาสีทับหน้า 1 ครั้ง ปล่อยทิ้งไว้อีก 2 -3 ชั่วโมง แล้วค่อยทาสีทับหน้าครั้งที่ 2 ทับลงไปอีก

 

6. ตรวจสอบความเรียบร้อบ เก็บรายละเอียดงาน

หลังจากที่ทำทุกขั้นตอนอย่างละเอียด คุณก็จะได้สีทาบ้านที่บ่งบอกถึงตัวตนความเป็นคุณ เปลี่ยนบ้านโทรม ๆ ให้กลับมาใหม่อีกครั้ง เมื่อสีทับหน้าแห้งสนิท ให้แกะเทปกาวออก ทาสีเก็บมุมขอบต่าง ๆ ให้เรียบร้อย  เก็บรายละเอียดการทาสีว่ามีจุดไหนที่เลอะเปรอะเปื้อ สีไม่สวยไม่สม่ำเสมอ ก็ทำการเก็บรายละเอียดให้สวยงาม ถือเป็นอันเสร็จสิ้นทุกกระบวนการ

การทาสีบ้านด้วยตัวเอง เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ง่าย ๆ แค่เพียงเข้าใจขั้นตอนกระบวนการต่าง ๆ ได้ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่จำเป็นต้องจ้างช่างทาสีให้เสียตังค์ และถือเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ อาจจะทาสีบ้านช่วยกันทั้งครอบครัว เป็นกิจกรรมครอบครัวไปในตัว สนุกสนาน อบอุ่นเลยทีเดียว  เพียงทำตามขั้นตอนทาสีบ้านของ VG ก็จะได้บ้านหลังใหม่ที่ใสวิ๊งกว่าเดิมเลยค่ะ

 

 

ขอบคุณข้อมูล : 24FIX

(beger.co.th)


บทความที่เกี่ยวข้องกับรางน้ำฝน

รวมเรื่องต้องรู้เกี่ยวกับรางน้ำฝน ป้องกันปัญหากับเพื่อนบ้าน!

<!-- wp:paragraph --> <p id="h-การต-ดต-ง-รางน-ำฝน-ถ-อเป-นต-วช-วยท-ด-ในการรองร-บน-ำฝนท-ไหลจากหล-งคาลงไปย-งท-อระบายน-ำ
บทความที่เกี่ยวข้องกับรางน้ำฝน

วิธีเลือกสีรางน้ำฝนไวนิลให้เหมาะสม พร้อมการใช้รางน้ำฝนตกแต่งบ้าน

<!-- wp:paragraph --> <p>“รางน้ำฝน” เป็นองค์ประกอบเสริมของบ้าน เพราะหากหลังคาไม่ได้ติดตั้งรางน้ำฝนไว้
บทความที่เกี่ยวข้องกับรางน้ำฝน

5 เคล็ด(ไม่)ลับ รับมือหน้าฝน (ฉบับคนรักบ้าน)

“ว่ากันว่าสายฝนทำให้คนเหงา แต่น่าเศร้ากว่า ถ้าบ้านสุดรักค่อย ๆ พังจากฝนฟ้าพายุ” หมดปัญหาเมื่อเข้าหน้าฝน บ้านไม่ทน พังเยินไม่เป็นท่า อย่ามัวกุมขมับรับความเสียหายปล่อยให้บ้านค่อย ๆ พังจากฝนฟ้าพายุ วันนี้ VG มาบอกเล่าเคล็ดลับดี ๆ ในการดูแลบ้านช่วงหน้าฝนให้คุณเจ้าของบ้านนำไปใช้กันครับ เป็นทริคง่าย ๆ ที่ทำตามกันได้แน่นอน
บทความที่เกี่ยวข้องกับรางน้ำฝน

รูปทรงหลังคามีกี่แบบ แต่ละรูปทรงมีลักษณะอย่างไรบ้าง

หลังคา เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการปกป้องดูแลบ้านจากแดด ลม ฝน และหน้าที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ การทำให้บ้านมีเอกลักษณ์ บ่งบอกตัวตนของเจ้าของบ้าน ปัจจุบันทรงหลังคามีให้เลือกมากมายหลากหลายแบบ หลายสไตล์ สามารถเลือกทรงหลังคาตามสไตล์ที่เจ้าของบ้านชื่นชอบได้เลยครับ โดยหลัก ๆ แล้วรูปทรงหลาคายอดฮิตในปัจจุบันที่คนเลือกใช้มากที่สุด มีทั้งหมด 11 แบบ ดังนี้
Inbox
Call
Line