ระแนงคืออะไร? ใช้ทำอะไรได้บ้าง
ระแนงไวนิลหรือระแนงงานฟาซาด คือโครงสร้างลักษณะเป็นแผ่นหรือซี่เรียงต่อกันในรูปแบบระแนงไม้ โดยออกแบบให้มีช่องว่างระหว่างแผ่น เพื่อสร้างความโปร่ง โล่ง ลมผ่านได้ดี เหมาะสำหรับการใช้งานเป็นฉากบังคา เพิ่มความเป็นส่วนตัวโดยไม่ต้องกั้นห้องทึบ กรองแสงแดดบางส่วน พร้อมคงบรรยากาศที่สบายและไม่อึดอัด ปัจจุบันระแนงถูกนำมาใช้หลากหลายรูปแบบ เช่น ระแนงรั้วบ้าน, ฝ้าระแนง, ผนังตกแต่ง รวมถึงระแนงบังตาไวนิลสำหรับพื้นที่ภายนอกอาคาร
การติดตั้งระแนงหน้าบ้านโมเดิร์นหรือระแนงตกแต่งฝ้า นอกจากช่วยเพิ่มความสวยงามแล้ว ยังช่วยลดความร้อนจากแสงแดด ช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดีและช่วยสร้างพื้นที่ส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัย จึงทำให้ระแนงไวนิลสำเร็จรูปและแผ่นระแนงไวนิล ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในงานออกแบบบ้านสมัยใหม่
เปรียบเทียบระแนงแต่ละชนิด
ระแนงไม้ (Wood Slat)
- ข้อดี: มีความสวยงามตามธรรมชาติ ให้ความรู้สึกอบอุ่นและดูคลาสสิก เหมาะกับบ้านสไตล์รีสอร์ท สามารถติดตั้งและปรับแต่งได้ง่าย
- ข้อเสีย: ไม้มีความเสี่ยงต่อปลวก แมลง และความชื้น ต้องทาสีหรือเคลือบผิวเป็นประจำ รวมถึงอาจเกิดการผุ งอ หรือแตกร้าว ทำให้อายุการใช้งานค่อนข้างสั้นประมาณ 3-7 ปี
- เหมาะกับ: ผู้ที่ชื่นชอบวัสดุธรรมชาติและสามารถดูแลรักษาได้สม่ำเสมอ
ระแนงเหล็ก (Steel Slat)
- ข้อดี: มีความแข็งแรงสูง สามารถรับน้ำหนักได้ดี และมีราคาประหยัดกว่าวัสดุอื่น
- ข้อเสีย: เกิดสนิมได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณรอยเชื่อมและจุดยิงสกรู อีกทั้งเหล็กยังนำพาความร้อน ทำให้พื้นที่ติดตั้งมีอุณหภูมิสูง น้ำหนักวัสดุค่อนข้างมาก ทำให้ติดตั้งยาก และมีอายุการใช้งานประมาณ 5-10 ปี
- เหมาะกับ: งานโครงสร้างหรือพื้นที่ที่ต้องการความแข็งแรงเป็นหลัก
ระแนงอลูมิเนียม (Aluminum Slat)
- ข้อดี: ไม่เป็นสนิม น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย และไม่ต้องบำรุงรักษาบ่อย มีรูปแบบดีไซน์ให้เลือกหลากหลาย
- ข้อเสีย: ราคาค่อนข้างสูงและอาจเกิดการบุบงอได้เมื่อถูกแรงกระแทก นอกจากนี้ อลูมิเนียมเป็นโลหะที่นำพาความร้อน จึงอาจทำให้พื้นที่ใช้งานร้อนขึ้น หากใช้สีเคลือบที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเกิดปัญหาสีซีดได้
- เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการวัสดุที่มีความทนทานและมีงบประมาณรองรับ
ระแนงไวนิล/uPVC (Vinyl/uPVC Slat)
- ข้อดี: ระแนงไวนิล uPVC ดีไซน์ทันสมัย ไม่เป็นสนิม ทนแดดฝน และไม่อมความร้อน ด้วยความเป็นแบบสำเร็จรูป มีชุดอุปกรณ์เก็บงานที่เรียบร้อยสวยงาม ดูแลรักษาและทำความสะอาดได้ง่ายในระยะยาว
- ข้อเสีย: คุณภาพของสินค้าในตลาดมีความแตกต่างกัน หากเลือกสินค้าคุณภาพต่ำ อาจเกิดปัญหาบิดงอหรือกรอบแตกได้ง่าย โดยเฉพาะบางเกรดที่มีความแข็งมากเกินไป ทำให้ขาดความยืดหยุ่นและทนทานต่อการใช้งานจริง และผู้บริโภคมักตรวจสอบคุณด้วยตาเปล่าได้ยาก
- เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการวัสดุที่สวยงาม ทนทาน และดูแลรักษาง่าย โดยเฉพาะงานระแนงบังแดดบ้านโมเดิร์นหรือระแนงหน้าบ้าน
สรุปเปรียบเทียบระแนงแต่ละชนิด
เลือกระแนงไวนิลแบบไหนดี? เคล็ดลับสำคัญก่อนซื้อ
- ตรวจสอบแหล่งผลิตและกระบวนการผลิต
ควรเลือกแบรนด์ที่มีโรงงานผลิตเอง เพื่อควบคุมคุณภาพสินค้าได้ทุกขั้นตอน
- มีมาตรฐานและการทดสอบรองรับหรือไม่
ระแนงที่ดีควรผ่านการทดสอบด้านความทนทานต่อแสงแดด ความชื้น และแรงกระแทก
- คุณภาพสีและวัตถุดิบ
วัสดุที่ใช้ควรทนต่อรังสี UV และไม่ซีดจางง่าย โดยเฉพาะงานภายนอกอาคาร
- ระบบติดตั้งที่ทันสมัย
ระบบติดตั้งที่ออกแบบมาเฉพาะช่วยให้ติดตั้งได้ง่ายและมีความเรียบร้อยสวยงาม
- การรับประกันยาวนาน
การรับประกันเป็นตัวบ่งชี้คุณภาพและความมั่นใจของผู้ผลิต
VG Vento: ระแนงไวนิลเอนกประสงค์คุณภาพสูงจากไทย
VG-CNP เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิต แผ่น
ระแนงไวนิลคุณภาพสูง iR-uPVC ที่ได้รับความเชื่อถือในตลาดวัสดุก่อสร้างไทย โดยผลิตภัณฑ์ระแนงไวนิล VG Vento (ระแนงไวนิล วีจี รุ่นเวนโต้) ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Mix & Match ที่ช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถกำหนดระดับความโปร่งแสงหรือความเป็นส่วนตัวได้ตามต้องการ
ผลิตภัณฑ์ใช้วัสดุ iR-uPVC ซึ่งมีคุณสมบัติสะท้อนรังสี UV ได้ดี ช่วยยืดอายุการใช้งานของ ระแนงบังตาสำเร็จรูป และช่วยลดปัญหาความเสียหายจากแสงแดดและฝนตก วัสดุไม่บวมน้ำและไม่เกิดปัญหาที่มักพบในวัสดุทั่วไป
VG Vento ผ่านการทดสอบความทนทานด้วยเครื่อง Weathering Test จากเยอรมนี และใช้สีคุณภาพระดับโลก Dupont ให้เข้ากับบ้านได้หลากหลายมากขึ้น
ระบบติดตั้ง Snap Lock ช่วยให้ติดตั้งได้รวดเร็ว ไม่เห็นหัวสกรู และมีอุปกรณ์ปิดขอบเพื่อความเรียบร้อย สามารถติดตั้งได้หลายรูปแบบ ได้แก่
- รูปแบบ G15 ใช้ระแนงขนาด 85 มม. หรือ 35 มม. และสามารถผสมผสานทั้งสองขนาดได้ โดยมีช่องลมผ่านขนาด 15 มม. ช่วยให้ลมถ่ายเทได้ดี
- รูปแบบ Gstep ดีไซน์ระแนงซ้อนเล่นระดับ 2 ชั้น เพื่อควบคุมระดับแสงและเพิ่มมิติให้กับงานออกแบบ สามารถเลือกใช้ได้ทั้งขนาด 85 มม. และ 35 มม.
- รูปแบบ 85G2 ออกแบบให้มีระยะห่างเพียง 2 มม. เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวสูงสุด โดยรองรับเฉพาะระแนงขนาด 85 มม. เท่านั้น
ผลิตภัณฑ์ผ่านมาตรฐาน ASTM ไม่ลามไฟ ได้รับ ISO 9001:2015 และ Green Industry Made in Thailand พร้อมการรับประกันนาน 10 ปี
สรุป: เลือกระแนงให้เหมาะกับความต้องการ
วัสดุระแนงแต่ละชนิดมีจุดเด่นแตกต่างกัน ระแนงไม้ให้ความสวยงามแต่ต้องดูแลรักษา ระแนงเหล็กมีราคาประหยัดแต่เสี่ยงต่อการเกิดสนิม ระแนงอลูมิเนียมมีความทนทานแต่มีต้นทุนสูง ขณะที่ ระแนงไวนิล เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยงาม ความทนทาน และการดูแลรักษาที่ง่าย
การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานการผลิต มีการทดสอบรองรับ และมีการรับประกันที่ชัดเจน เช่น VG Vento (ระแนงไวนิล วีจี รุ่น เวนโต้) จะช่วยให้เจ้าของบ้านมั่นใจในคุณภาพและการใช้งานระยะยาว พร้อมตอบโจทย์งาน ระแนงบังตา และงานตกแต่งบ้านสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว