4 สเต็ปเริ่มต้น ก่อนตัดสินใจติดรางน้ำฝนให้บ้าน
ติดรางน้ำฝน คือหนึ่งในแผนต่อเติมบ้านยอดฮิตช่วงหน้าฝน ไม่ว่าจะปัญหาน้ำรั่วซึม, สวนพัง, เสียงดัง หรือบ้านทรุด รางน้ำฝนสามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ แต่พออยากจะติดตั้งเข้าจริงๆ ก็ไม่รู้จะเริ่มจากอะไรก่อนดี งั้นลองมาเริ่มด้วย 4 สเต็ปเริ่มต้นฉบับมือใหม่ ก่อนตัดสินใจติดรางน้ำฝนให้บ้านกันเถอะ
1. เริ่มจากสำรวจรอบๆบ้านตนเอง
สิ่งแรกที่ควรทำคือ สำรวจรอบๆบ้าน โดยเฉพาะจุดใต้หลังคา เพื่อดูว่าบริเวณไหนมีปัญหาเรื่องของน้ำฝน หรืออยากจะติดรางน้ำฝนเพื่อแก้ปัญหาอะไร จากนั้นให้ประเมินด้วยสายตาคร่าวๆว่าระยะหลังคายาวกี่เมตร, ต้องการติดตั้งกี่จุด, จุดน้ำลงอยู่ตรงไหน, แอบตรงไหน หรือดีไซน์รางน้ำฝนแบบไหนถึงเข้ากับบ้าน
2. กำหนดงบประมาณ จะได้ไม่บานปลาย
หลังจากสำรวจบ้านตนเองแล้ว ต่อไปก็เป็นเรื่องของการกำหนดงบประมาณ ในการติดรางน้ำฝนย่อมมีค่าใช้จ่าย ทั้งค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าบำรุงรักษา ฯลฯ ดังนั้นการตั้งเพดานงบประมาณ ก็เพื่อป้องกันไม่ให้งบบานปลาย ถ้าไม่ตึงมือมากนัก อาจจะเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้นิดหน่อยก็ได้
3. หาข้อมูลเปรียบเทียบ ยิ่งเยอะ ยิ่งดี
รางน้ำฝนมีหลายแบรนด์ วัสดุหลายประเภท แตกต่างกันทั้งด้าน คุณภาพ ราคา สี ดีไซน์ ดังนั้นจะติดรางน้ำฝนทั้งทีควรศึกษาข้อมูลจากหลายๆแหล่ง จากนั้นค่อยเปรียบเทียบข้อมูล เพื่อหาคำตอบว่าวัสดุแบบไหน แบรนด์ไหน ตอบโจทย์ความต้องการของตัวเองได้มากที่สุด แต่ถ้าหากโจทย์คือ “สวยด้วย ทนด้วย” รางน้ำฝน VG iR-uPVC เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด เพราะมีให้เลือกถึง 3 รุ่น 4 สี แถมผ่านการทดสอบใช้งานจริงมาแล้ว มีการรับประกันให้ถึง 10 ปีอีกด้วย
4. ติดต่อบริษัท หรือตัวแทนใกล้บ้านที่สะดวก
เมื่อเลือกรางน้ำฝนในใจได้แล้ว การติดต่อกับบริษัท, ร้านค้าตัวแทนก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องบริการติดรางน้ำฝน บางที่ขายสินค้าอย่างเดียวแต่ไม่รับติดตั้งก็มี ดังนั้นควรถามให้แน่ใจ จะได้ไม่พลาด แต่ถ้าหากไม่ต้องการความยุ่งยากหลายขั้นตอน VG ก็มีบริการ VG Extra ซึ่งสามารถสอบถาม-ปรึกษา รวมถึงติดตั้งจนจบงาน แบบ One Stop Service ครบจบในที่เดียว
มือใหม่ก็เริ่มได้ ไม่ยากอย่างที่คิด แค่นี้เราก็จะมีรางน้ำฝนไว้ปกป้องบ้านสวยจากสาระพัดปัญหาในหน้าฝนแล้ว